แฟชั่นบนผืนผ้า ขายบรรยากาศสีฟ้า คราม


Janfive

บทเรียนสร้างแรงบันดาลใจ

เปลี่ยนตัวเองจากลูกจ้างสู่ธุรกิจแฟชั่นบนผืนผ้า

ขายบรรยากาศสีฟ้า ขาว คราม

Sai SME Interview.

ทะเล ท้องฟ้า และสายลม ว่ากันว่าคืออารมณ์แห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง คนทำงานในยุคนี้หาเวลาได้ยากมากกับการไปทะเลสักครั้งหรือมีเวลาก็คือช่องหยุดยาวที่ต้องเบียดเสียดกับคนอีกมากมาย บรรยากาศความรู้สึกที่อยากจะผ่อนคลายดูท่าว่าจะหายไปเกินครึ่ง เกิดเป็นคำถามน่าสนใจว่าจะทำอย่างไรที่ให้ชีวิตประจำวันของเราสามารถพบ
เห็นสิ่งที่สบายใจได้อารมณ์ผ่อนคลายไม่ต่างจากการเดินชายทะเล


      คุณทราย เฟื่องลดา จี้อุ่น 


ศิลปินสาวผู้มีใจรักในด้านสิ่งทอและการออกแบบลายผ้าจึงเกิดไอเดียสุดกิ๊บเก๋ใช้ความถนัดที่ตัวเองมีดึงเอาอารมณ์ของคนรักทะเลมาถ่ายทอดเป็นลายผ้า ใช้โทนฟ้า ครามเป็นหลักแล้วสร้างเป็นสินค้าแฟชั่นมากมายในชื่อแบรนด์ Janfive Studio สินค้าแต่ละเซ็ตที่ออกมามีจำนวนจำกัดและเน้นการสร้างลายแบบแฮนด์เมด ด้วยผ้าพิมพ์สีน้ำสบายตา เป็นแฟชั่นที่มาพร้อมอารมณ์ผ่อนคลาย ถูกใจนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักทั้งในและต่างประเทศ

Sai in her studio

ไม่มีความสำเร็จไหนได้มาเหมือนเสก มีแต่หนึ่งสมองกับสองมือที่ใช้ต่อสู้กับอุปสรรคที่เข้ามาในธุรกิจเรา

       “ก่อนจะมาเป็นแบรนด์ Janfive ก็เริ่มจากการทำงานให้บริษัทต่างๆ ในหน้าที่นักออกแบบ แล้วมีคนชวนให้มารับออกแบบและผลิตสินค้าแฟชั่นสำหรับสตรี โปรเจ็คนี้ค่อนข้างใหญ่จึงต้องตั้งบริษัทขึ้นมาแต่แนวทางที่ไม่ชัดเจนเรื่องสินค้าและไม่มีความรู้ด้านการบริหารจัดการสุดท้ายก็ต้องถอนตัวออกมา ก็เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราก้าวออกมาเป็นนักออกแบบอิสระอย่างเต็มตัวและ

เรียนรู้ว่าเรื่องธุรกิจนั้นการตลาดเป็นสิ่งสำคัญมาก

“ระหว่างที่ออกมาและเริ่มมองหาช่องทางของตัวเองก็รับออกแบบให้กับผู้ผลิตสินค้าส่งออกรายอื่นพร้อมกับวาดลายพิมพ์และหาข้อมูลเพื่อให้เจอทางของตัวเองเร็วขึ้น ทำจนเราออกคอลเล็คชั่นแรกได้ในปี 2014 แต่ตอนนั้นเป็นแค่ลายบนผ้าพันคอ ก็ได้รับกระแสตอบรับดีมากทั้งในและต่างประเทศ ก็เริ่มขยายไปสู่สินค้าตัวอื่นๆ ทั้งกระเป๋า หมอนอิง เป็นต้น”

สร้างคาแรกเตอร์สินค้าด้วยผ้าพิมพ์สีน้ำโทนฟ้าคราม

      “จุดเด่นของ Janfive เมื่อพูดถึงแบรนด์นี้ทุกคนต้องนึกถึงผ้าพิมพ์สีน้ำโทนสีฟ้า คราม ที่ดูแล้วสบายตา ผ่อนคลาย เหมือนได้เดินชายทะเลความโดดเด่นของชิ้นงานนั้น อยุ่ที่ลายพิมพ์ผ้าที่เขียนขึ้นด้วยเทคนิคสีน้ำและพิมพ์ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงจึงทำให้ลักษณะของลายผ้านั้น เหมือนภาพเขียนสีน้ำชิ้นหนึ่ง สินค้าของแบรนด์จึงตอบโจทย์ลูกค้าที่รักการท่องเที่ยวและต้องการพักผ่อนได้อย่างดี เพราะมีทั้งความสวยงามและกลิ่นอายวัฒนธรรมที่หลากหลาย

       “การคิดลายผ้าเราคิดเสมอว่าต้องพยายามดึงเรื่องราวในอดีต วัฒนธรรมมานำเสนอ คนสมัยก่อนคิดลายแล้ววาดลงบนกระเบื้อง บนผ้า เขาใช้จิตวิญญาณของตัวเองถ่ายทอดลงไปในงาน ทำให้เราเองมองเห็นความเป็นมา ดูเป็นงานที่มีคุณค่า Janfive ก็ใช้แนวทางแบบนี้ คอนเซ็ปต์เราคือการเล่าเรื่องและถ่ายทอดอารมณ์ให้คนรู้สึกโดยมีความเป็นตัวตนของเราอย่างชัดเจนในงานนั้น”

Janfive Studio - Bucket bag Floral Tile

คิดสร้างแบรนด์ สินค้าต้องดี มีการตลาดแน่น

      “บทเรียนหลายอย่างที่ได้เรียนรู้กว่าจะมาเป็น Janfive เคยมั่นใจว่าสินค้าดี อย่างไรคนก็ต้องเข้ามาหา ซึ่งในความจริงแล้วต้องมีการตลาดที่ดีด้วย เมื่อก่อนไม่เคยเชื่อแต่ประสบการณ์ที่เคยทำบริษัทมาพอหันมาทำแบรนด์เองก็ช่วยได้เยอะทำให้เราสามารถทำงานอย่างเป็นระบบมากขึ้นเราดึงข้อดีตรงนั้นมาใช้ได้ แม้จะไม่ชอบนักตอนเป็นมนุษย์เงินเดือนก็ตาม

       ธุรกิจที่ต้องมาทำเองก็จุกจิกหลายอย่าง แต่มาคิดอีกทีงานนี้คือสิ่งที่ทำแล้วมีความสุขที่สุด งานสร้างลายลงบนสินค้า ไม่ใช่แค่คิดแล้วจะวางขายได้เลย ต้องมีตัวอย่างลองทำก่อนว่าได้หรือไม่ได้ บางครั้งแบบสวยมากแต่ผลิตไม่ได้ก็มี และที่วุ่นวายมากคือการหาวัตถุดิบและจัดซื้อเผื่อผลิตตรงนั้น ใช้ประสบการณ์ที่เคยทำงานบริษัทได้เต็มที่ นอกจากนี้เรื่องการขายก็สำคัญ หลายคนเคยพูดว่าสินค้าดีก็ต้องนำเสนอให้เป็นทีแรกก็ยังไม่รู้จำทำอย่างไรแต่เดี๋ยวนี้มีช่องทางการนำเสนอมากขึ้น คนก็เริ่มรู้จัก Janfive มากขั้นด้วย

       “สินค้าที่มีตอนนี้ก็เน้นที่กระเป๋าสะพายสตรี ผ้าพันคอ เน้นการจำหน่ายตามรีสอร์ท โรงแรม ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าที่ต่างชาติชอบมากเพราะดูเป็นลายไทยๆ ที่มีโทนสีสบายตา ดูแล้วเหมือนได้พักผ่อน ส่วนคนไทยก็นิยมซื้อเป็นเซตเอาไว้จัดตกแต่งรีสอร์ท ห้องนอน ซึ่งสินค้าของเราที่ทำออกมาจะเป็นเซตจำนวนไม่มาก หมดแล้วหมดเลย หลายคนที่ติดตาม Janfive มาตลอดเราออกคอลเลคชั่นไหนมาก็ตามมาซื้อหมด ก็เป็นเรื่องน่ายินดีเพราะตอนนี้เรามีประชาสัมพันธ์ในโซเชียลมากขึ้น รวมถึงไปออกงานกับกระทรวงพาณิชย์ วางแผนไว้ว่าปี 2016 นี้ ต้องหาตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศให้ได้ เพื่อขยายแบรนด์และธุรกิจ คาดว่าปีนี้เราจะเดินหน้าการตลาดมากขึ้น”

Sai working

หนึ่งสมองสองมือคืออาวุธสู้สู่ความสำเร็จ

      การที่ Janfive มาถึงตรงนี้ ล้มลุกคลุกคลานมาไม่น้อย ทุกคนอยากมีธุรกิจที่ตัวเองรัก แต่ก็ต้องรุ้จักวางแผนด้วย ไม่มีความสำเร็จไหนได้มาเหมือนเสก มีแต่หนึ่งสมองกับสองมือที่จะใช้สู้กับอุปสรรคต่างๆ ที่เข้ามา การศึกษาทิศทางการตลาดก็สำคัญ ธุรกิจสำคัญที่ต้นทุนกับการตลาด ถ้าบริหารจัดการได้ สินค้าดีบริหารดี อนาคตรุ่งเรื่องแน่นอน

 

บทสัมภาษณ์โดย นิตยสารตั้งตัว MODERN SMEs

ฉบับ ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2016

ISSUE 134

IG : tangtuamagazine